แผ่นดินไหวความแรง 5.9 ถล่ม ‘ปากีสถาน’ เสียชีวิตอย่างต่ำ 20 บาดเจ็บนับร้อย

ADMIN

ปากีสถานเผชิญแผ่นดินไหวครั้งใหญ่วัดความรุนแรงได้ 5.9 เมื่อตอนตีสามวันพฤหัสบดี (7 ต.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง และบาดเจ็บกว่า 100 คน

แผ่นดินไหวคราวนี้สร้างความเสียหายในพื้นที่อย่างน้อย 6 เมืองของแคว้นบาโลจิสถาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของปากีสถาน ขณะที่ผู้เสียชีวิตซึ่งยืนยันแล้ว 20 คน มีคนหนึ่งเด็นทารกชายวัย 1 ขวบ

ตอนแรกทีเดียว สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาของอเมริกา (ยูเอสจีเอส) ระบุว่า แผ่นดินไหวในปากีสถานคราวนี้มีความรุนแรง 5.7 โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินประมาณ 20 กิโลเมตร ขณะที่จุดศูนย์กลางเหนือแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากด้านตะวันออกของเมืองเกว็ตตา 102 กม. และต่อมาได้ปรับระดับความรุนแรงเป็น 5.9 โดยประชาชนในพื้นที่ประสบภัยเผยว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 3.00 น. ที่คนส่วนใหญ่ยังหลับอยู่

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านยืนอยู่กลางกองซากหักพังของบ้านที่ถล่มลงมาภายหลังแผ่นดินไหว ในเขตฮาร์ไน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเขตฮาร์ไนที่เต็มไปด้วยภูเขา ทำให้เกิดดินถล่มปิดกั้นถนนบางสายและเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของหน่วยกู้ภัย นอกเหนือจากระบบโทรศัพท์และไฟฟ้าที่ใช้การไม่ได้หลังจากเสาไฟฟ้าและเสาส่งสัญญาณได้รับความเสียหาย

มีร์ อุลลาห์ ลังเกา รัฐมนตรีมหาดไทยของแคว้นบาโลจิสถาน เผยว่า ได้รับข้อมูลว่า มีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหว 20 คน และบาดเจ็บอีก 100 คน นอกจากนั้นยังเชื่อว่า มีบ้านเรือนถูกโคลนถล่มได้รับความเสียหายหลายร้อยหลัง

ด้าน ซูฮาอิล อันวาร์ ฮาชมี เจ้าหน้าที่ระดับสูงในเขตฮาร์ไน ให้ตัวเลขผู้บาดเจ็บสูงถึงราว 200 คน

ภาพถ่ายในวันพฤหัสบดี (7 ต.ค.) และเผยแพร่โดยสำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของปากีสถาน แสดงให้เห็นผู้รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวที่ได้รับบาดเจ็บ ในเขตฮาร์ไนซึ่งเป็นเขตภูเขาห่างไกล กำลังถูกนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ทหาร เพื่อนำไปรักษาตัวในเมือง

ภาพถ่ายในวันพฤหัสบดี (7 ต.ค.) และเผยแพร่โดยสำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของปากีสถาน แสดงให้เห็นผู้รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวที่ได้รับบาดเจ็บ ในเขตฮาร์ไนซึ่งเป็นเขตภูเขาห่างไกล กำลังถูกนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ทหาร เพื่อนำไปรักษาตัวในเมือง

ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเข้าช่วยอพยพผู้บาดเจ็บจากพื้นที่ห่างไกลไปยังเกว็ตตา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุด

นาซีร์ นาซาร์ ผู้อำนวยการหน่วยจัดการภัยพิบัติของแคว้นบาโลจิสถาน เตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้นยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกราว 2 ชั่วโมงหลังจากแผ่นดินไหวครั้งหลัก

ภัยพิบัติคราวนี้ทำให้พื้นที่ชุมชนที่ประสบภัยไม่มีไฟฟ้าใช้ ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานโดยไม่มีไฟส่องสว่างในโรงพยาบาลรัฐที่เครื่องไม้เครื่องมือไม่ได้มาตรฐานจนถึงรุ่งเช้า โดยใช้เพียงคบและไฟฉายจากมือถือเท่านั้น

ทีมกู้ภัยยังถูกส่งไปตรวจสอบเหมืองถ่านหินแห่งหนึ่งในแถบชานเมืองของเขตฮาร์ไน หลังได้รับรายงานว่า คนงาน 15 คนติดอยู่ในเหมือง ทั้งนี้เป็นเรื่องปกติในปากีสถานที่คนงานเหมืองมักทำงานตอนกลางคืนเนื่องจากอากาศเย็นกว่า

ด้านนายกรัฐมนตรีอิมรัน ข่าน ของปากีสถาน สั่งให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีฉุกเฉินแก่พื้นที่ประสบภัย พร้อมแถลงแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

แผ่นดินไหวครั้งนี้รู้สึกได้ในหลายเมืองทั่วบาโลจิสถานที่อยู่ติดกับชายแดนอิหร่าน

ปากีสถานตั้งอยู่ในบริเวณที่แผ่นธรณีภาคอินเดีย กับแผ่นธรณียูเรเซียบรรจบกัน ทำให้มีแนวโน้มเกิดแผ่นดินไหวมากกว่าปกติ

ปี 2015 เกิดแผ่นดินไหวในปากีสถานและอัฟกานิสถานวัดความแรงได้ 7.5 ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 400 คนในบริเวณที่เข้าถึงยากลำบากและเป็นอุปสรรคขัดขวางปฏิบัติการบรรเทาทุกข์

ย้อนกลับไปในปี 2005 ปากีสถานเผชิญแผ่นดินไหวความแรง 7.6 ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 73,000 คน และประชาชนราว 3.5 ล้านคนไม่มีที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่อยู่ในแคชเมียร์ส่วนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของปากีสถาน

ปี 1935 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.6 คร่าชีวิตประชาชนราว 30,000 คนในเกว็ตตา ซึ่งขณะนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของอินเดียที่เป็นอาณานิคมใต้การปกครองของอังกฤษ

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook