ยะลาผวาผ่อนมาตรการ ทำติดเชื้อพุ่ง 300/วัน เสี่ยง 6 พัน

ADMIN

สสจ.ยะลา คาดแนวโน้มติดเชื้อใหม่อาจพุ่งถึง 300 รายต่อวัน เตือนประชาชนฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน กองร้อย อส.ยะลา คุมเข้มห้ามเข้า-ออก หลังพบป่วยโควิด ขณะที่สาธารณสุขเบตงเร่ง “สวอบ” ชาวบ้านสัมผัสเสี่ยงสูงในชุมชนบ้านกาแป๊ะกอตอนอก ส่วนปัตตานีสั่งปิดบ้านผู้ติดเชื้อ รวมทั้งมัสยิดในสายบุรี–กะพ้อ 

วันจันทร์ที่ 6 ก.ย.64 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ยะลา แม้ว่าจะมีการดำเนินการเชิงรุกเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนอย่างเต็มที่ แต่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังมีจำนวนที่สูงอยู่

นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคเริ่มส่งสัญญาณไม่ดี เนื่องจากการติดเชื้อรายใหม่ยังสูง สาเหตุส่วนใหญ่ยังเกิดจากกิจกรรมในบ้านและชุมชน ซึ่งมีอัตราผู้ป่วยเสียชีวิตร้อยละ 1 ของจำนวนผู้ติดเชื้อ อีกทั้งการผ่อนคลายมาตรการ อาจส่งผลต่อการแพร่ระบาดของโรคที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้าที่ติดเชื้อและแพร่ระบาดได้ง่าย

จากการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ ในช่วงเดือน ก.ย.- พ.ย.64 อาจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้นถึง 300 รายต่อวัน ซึ่งจะเชื่อมโยงผู้สัมผัสเสี่ยงถึงประมาณ 6,000 รายต่อวัน ส่งผลกระทบต่อการจัดหาทรัพยากรในระบบการดูแลรักษา อย่าง โรงพยาบาลสนาม, บุคลากรทางการแพทย์, เตียง, เวชภัณฑ์ ซึ่งอาจไม่เพียงพอ

นายแพทย์สงกรานต์ ย้ำด้วยว่า ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนให้เร่งตรวจหาเชื้อ เมื่อรู้ว่าตัวเองเสี่ยง ก็ให้เร่งฉีดวัคซีน เพื่อเร่งสร้างภูมิ และไม่เลือกวัคซีน เพราะวัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่ฉีดเข้าไปในร่างกายโดยเร็วที่สุด

 สธ.เบตง เร่ง Swab ชาวบ้านเสี่ยงสูง

ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเบตง จ.ยะลา ได้เร่งทำ Swab ให้ชาวบ้านในชุมชนบ้านกาแป๊ะกอตอนอก ที่อาคารโรงเรียนตาดีกามัสยิดนูรุลยากีน ชุมชนบ้านกาแป๊ะกอตอนอก อ.เบตง หลังจากพบผู้ติดเชื้อกว่า 30 คน จากประชากร 452 คน 147 หลังคาเรือน โดยมาจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อและคลัสเตอร์ล้งผลไม้รายย่อย ก่อนจะพาเชื้อขยายเข้าไปในชุมชน จึงทำให้มีชาวบ้านกลุ่มเสี่ยงสูงและกลุ่มเสี่ยงต่ำรับการ Swab จำนวน 136 ราย รวมถึงมีการออกหน่วยฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่ชาวบ้าน จำนวน 356 คน เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่นอกชุมชน เนื่องจากชุมชนยังมีจุดเชื่อมต่อกับชุมชนอื่นได้ ซึ่งชุมชนบ้านกาแป๊ะกอตอนอก ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 85.40%

นายศิริ มงคลประจักษ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง กล่าวว่า ได้ประสานประธานชุมชน และ อสม. ให้บริหารจัดการภายในชุมชนบ้านกาแป๊ะกอตอนอก โดยการตรวจคัดกรองประจำวัน แยกกลุ่มคนเปราะบาง ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวให้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนกลุ่มคนที่มีอาการป่วยให้แยกออกมา Swab หากพบว่าติดเชื้อก็จะนำตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที รวมถึงการสร้างแกนนำภายใน เพื่อติดตามสถานการณ์ และรายงานข้อมูลมายังภายนอก เพื่อให้การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

คุมเข้มห้ามเข้า-ออกกองร้อย อส.ยะลา

นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้มีคำสั่งศูนย์บริหารราชการสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา เรื่อง การกำหนดให้กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดยะลา ที่ 1 เป็นพื้นที่เสี่ยง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิดจำนวน 1 ราย

เพื่อเป็นการป้องกันและยังยั้งการแพร่ระบาดของโรค จึงได้มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้ใดเข้า-ออกพื้นที่ดังกล่าว หากมีความจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดยะลาที่ 1 มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย.64 ไปจนถึง 17 ก.ย.64 ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ปัตตานีสั่งปิดบ้านผู้ติดเชื้อ-มัสยิด

ที่ จ.ปัตตานี นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด เนื่องจากบางพื้นที่ของ อ.สายบุรี และ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ยังมีผู้ป่วยยืนยันสะสมเพิ่มสูงขึ้น เพื่อมิให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี จึงมีคำสั่งให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ทั้งมัสยิดและบาลาเซาะห์ ดังต่อไปนี้

1.บ้านติดเชื้อและมีผู้เสี่ยงสูง จำนวน 13 หลังคาเรือน ชุมชนปาตาตีมอ 2, ชุมชนอุเมะ และชุมชนหวายขม ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. – 7 ก.ย.64

2.มัสยิดนูรุซซารีฟ หมู่ 4 บ้านตะโละดือรามัน, มัสยิดมะนังมะดง และสุเหร่าบ้านจะ หมู่ 9 บ้านโตะแน ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. – 8 ก.ย.64

@@ ยะลา–สงขลา ป่วยติดเชื้อใหม่ยังสูง กว่า 200 ราย

ด้านรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้และสงขลา ประจำวันจันทร์ที่ 6 ก.ย.64 มีดังนี้

จ.ปัตตานี มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 116 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 16,599 ราย รักษาหายแล้ว 12,162 ราย มีผู้เสียชีวิตสะสม 256 ราย ผู้ป่วยแยกรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานี 133 ราย, โรงพยาบาลสนามจังหวัด 120 ราย, โรงพยาบาลสนามเรือนจำ 11 ราย, โรงพยาบาลประจำอำเภอ 678 ราย, โรงพยาบาลชุมชน 479 ราย, โรงพยาบาลสิโรรส 44 ราย, สิโรรส-ปาร์ควิว ฮอสพิเทล 176 ราย, โรงพยาบาลสิโรรส เรนโบว์ ฮอสพิเทล 119 ราย, โรงพยาบาลธัญรักษ์สะพานปูน 2 ราย, โรงพยาบาลธัญรักษ์โรงยิมบานา 95 ราย, โรงพยาบาลธัญรักษ์ เซาท์เทิร์น วิว 163 ราย และ Home Isolation จำนวน 18 ราย

จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 อยู่ระหว่างรักษารวม 2,577 ราย แยกรายอำเภอ ได้แก่ อ.เมือง 706 ราย, อ.หนองจิก 288 ราย, อ.โคกโพธิ์ 59 ราย, อ.ยะหริ่ง 280 ราย, อ.สายบุรี 284 ราย, อ.ไม้แก่น 19 ราย, อ.แม่ลาน 27 ราย, อ.ยะรัง 243 ราย, อ.ปะนาเระ 109 ราย, อ.ทุ่งยางแดง 118 ราย, อ.มายอ 234 ราย และ อ.กะพ้อ 115 ราย

จ.ยะลา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 229 ราย ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 13,252 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 2,599 ราย รักษาหายแล้ว 10,525 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 128 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจ 97 ราย ซึ่งจำนวนผู้ป่วยแยกตามพื้นที่ ได้แก่ อ.เมืองยะลา 4,875 ราย, อ.กรงปินัง 1,082 ราย, อ.เบตง 676 ราย, อ.รามัน 1,310 ราย, อ.บันนังสตา 2,565 ราย, อ.กาบัง 416 ราย, อ.ธารโต 1,001 ราย และ อ.ยะหา 1,327 ราย

ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษา 2,599 ราย แยกเป็น โรงพยาบาลยะลา 189 ราย, โรงพยาบาลเบตง 86 ราย, โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) 6 แห่ง 467 ราย, โรงพยาบาลสิโรรส 100 ราย, โรงพยาบาลสนาม อ.เมือง 676 ราย, โรงพยาบาลสนามเบตง 18 ราย, โรงพยาบาลสนามรามัน 201 ราย, โรงพยาบาลสนามบันนังสตา 188 ราย, โรงพยาบาลสนามยะหา 78 ราย, โรงพยาบาลสนามธารโต 19 ราย, โรงพยาบาลสนามกรงปินัง 143 ราย, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศอ.12 ยะลา 24 ราย, ผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) จำนวน 14 ราย, ผู้ป่วยแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) 8 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการเข้าระบบ 388 ราย

จ.นราธิวาส มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 83 ราย แยกเป็น พื้นที่ สุไหงปาดี 83 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 15,323 ราย รักษาหายสะสม 12,404 ราย มีผู้เสียชีวิตสะสม 172 ราย

ผู้ติดเชื้อแยกตามพื้นที่ได้ดังนี้ อ.เมือง 3,188 ราย, อ.ระแงะ 1,749 ราย, อ.รือเสาะ 744 ราย, อ.บาเจาะ 1,100 ราย, อ.จะแนะ 763 ราย, อ.ยี่งอ 1,056 ราย, อ.ตากใบ 1,641 ราย, อ.สุไหงโก-ลก 1,072 ราย, อ.สุไหงปาดี 1,055 ราย, อ.ศรีสาคร 659 ราย, อ.แว้ง 1,101 ราย, อ.สุคิริน 426 ราย และ อ.เจาะไอร้อง 769 ราย

จ.สงขลา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 263 ราย แยกเป็นกลุ่มสัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 237 ราย, กลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงในโรงงาน 26 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็น 21,795 ราย ติดเชื้อภายในประเทศ 21,772 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 23 ราย เป็นผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษา 3,328 ราย รักษาหายแล้ว 18,342 ราย มีผู้เสียชีวิตใหม่ 4 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 125 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจ 501 ราย

จำนวนผู้ติดเชื้อแยกตามพื้นที่ ได้แก่ อ.หาดใหญ่ 5,797 ราย, อ.เมืองสงขลา 3,189 ราย, อ.สิงหนคร 2,693 ราย, อ.จะนะ 2,184 ราย, อ.สะเดา 1,778 ราย, อ.เทพา 1,168 ราย, อ.สะบ้าย้อย 1,012 ราย, อ.รัตภูมิ 608 ราย, สทิงพระ 472 ราย, อ.บางกล่ำ 387 ราย, อ.นาหม่อม 327 ราย, อ.นาทวี 323 ราย, อ.ระโนด 254 ราย, อ.คลองหอยโข่ง 140 ราย, ควนเนียง 137 ราย, อ.กระแสสินธุ์ 20 ราย, เป็นกรณีเรือนจำ รวม 1,103 ราย เป็นคนต่างจังหวัด 180 ราย และจากต่างประเทศ 23 ราย

โรงพยาบาลหลักนราธิวาส เตียงติดลบ 30

ด้านรายงานข้อมูลเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 จากสำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 กรมประชาสัมพันธ์ เป็นข้อมูล ณ เวลา 15.45 น. ของวันที่ 6 ก.ย.64 มีข้อมูลดังนี้

จ.สงขลา โรงพยาบาลหลักมีเตียงทั้งหมด 1,055 เตียง ใช้ไปทั้งสิ้น 982 เตียง คงเหลือ 73 เตียง ส่วนในโรงพยาบาลสนามมีเตียงทั้งหมด 3,816 เตียง ใช้ไป 2,757 เตียง คงเหลือ 1,059 เตียง ขณะที่อัตราส่วนบุคลากรทางการแพทย์ต่อจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนาม 1:197

จ.ปัตตานี โรงพยาบาลหลักมีเตียงทั้งหมด 1,546 เตียง ใช้ไปทั้งสิ้น 1,051 เตียง คงเหลือ 495 เตียง ส่วนในโรงพยาบาลสนามมีเตียงทั้งหมด 2,970 เตียง ใช้ไป 767 เตียง คงเหลือ 2,203 เตียง ขณะที่อัตราส่วนบุคลากรทางการแพทย์ต่อจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนาม อยู่ที่ 1:7

จ.ยะลา โรงพยาบาลหลักมีเตียงทั้งหมด 791 เตียง ใช้ไปทั้งสิ้น 742 เตียง คงเหลือ 49 เตียง ส่วนในโรงพยาบาลสนามมีเตียงทั้งหมด 1,088 เตียง ใช้ไป 694 เตียง คงเหลือ 394 เตียง ขณะที่อัตราส่วนบุคลากรทางการแพทย์ต่อจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนาม 1:99

จ.นราธิวาส โรงพยาบาลหลักมีเตียงทั้งหมด 918 เตียง ใช้ไปทั้งสิ้น 948 เตียง เตียงติดลบ 30 เตียง ส่วนในโรงพยาบาลสนามมีเตียงทั้งหมด 3,100 เตียง ใช้ไป 1,602 เตียง คงเหลือ 1,498 เตียง ขณะที่อัตราส่วนบุคลากรทางการแพทย์ต่อจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนาม 1:320

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook