กักตัวอีหม่านเพิ่ม(ฉบับผู้ศรัทธา) อ่านแล้วน้ำตาจะไหล

ADMIN

#กักตัวอีหม่านเพิ่ม(ฉบับผู้ศรัทธา)

#นายเอ อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด

แต่ไม่มีอาการ เขาถูกกักตัวที่โรงพยา

บาลสนาม ครั้งแรกที่รู้ตัวว่าเขาอยู่ใน

กลุ่มเสี่ยงเขารีบนึกถึงอัลลอฮฺ และนึก

ถึงบาปที่เขาเคยทำทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว

ทันที

มาชาอัลลอฮฺ อัลลอฮูอักบัร !!!

ใช่….จริงๆแล้วอัลลอฮรักเขา พระองค์

สะกิดตักเตือนเขาผ่านบททดสอบนี้

เพื่อให้เขาได้มีเวลาคิดใคร่ครวญ

ที่ผ่านมาเขาทำงานดุนยา เหมือนกับว่า

จะอยู่บนโลกดุนยาอย่างถาวร ด้วยความ

ที่สุขภาพก็ดีมาตลอด ไม่ค่อยป่วยหนัก

จนในแต่ละวันไม่มีเวลาให้คิดใคร่ครวญ

ถึงโลกอาคีเราะฮและชีวิตหลังความตาย

ที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่กับการรำลึกถึงอัลลอฮฺ อัลกุรอานไม่ค่อยได้อ่านเต็มที่ ลูกประคำก็ไม่ค่อยได้จับ อิสติฆฟารก็กล่าวลวกๆให้เสร็จไวๆ เพื่อรีบทำงานดุนยา

ไม่เคยมีเวลาเตาบัตอย่างจริงจัง ซุบฮานัลลอฮ

ก่อนจะออกจากบ้านเพื่อไปโรงพยาบาลสนาม เขาก็ได้อำลาลูกและภรรยารวมถึง

พ่อแม่ เขากับภรรยาต่างให้อภัยกันและกัน ภรรยาก็น้ำตาซึม แต่ก็ยิ้มให้กำลังใจสามี

#ภรรยา : “บังไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้นะ เดะจะ

ดูแลลูก และจะละหมาดสุนัตฮา

ญัตขอต่ออัลลอฮเพื่อให้บังและ

พวกเราทุกคน รวมถึงทุกคนในหมู่

บ้านเราและมุสลิมทุกคนปลอดภัย”

ใจลึกๆนึกถึงอัลลอฮ ตะวักกั้ล มอบหมายให้พระองค์ดูแล

#สามี : “บังก็จะละหมาดขอดุอาอ์ให้บังเอง

และทุกคนที่บ้านปลอดภัยทั้งดุนยา

และอาคีเราะฮ”

ในใจเขามอบหมายให้พระองค์

ดูแลภรรยาและลูกๆ

เขาจำต้องจากลูกและภรรยารวมถึง

ทุกคนที่เขารัก เพื่อไปกักตัวที่โรงพยาบาลสนามในสถานที่แห่งหนึ่ง

เขาเตรียมชุดผ้าละหมาด อัลกุรอาน ลูกตัสเบียะฮ

ก่อนจากไปเขาได้สั่งให้ภรรยาทำการบริจาคเขาเองก็จะบริจาคในสิ่งที่สมควรบริจาค เพราะการบริจาคก็เป็นการรักษา

โรค หรือเป็นการต้านภัยบาลาอ์ไม่ให้ถึงตัว

ไปถึงสถานที่กักตัว เหมือนเขาได้ไปอยู่

ในโลกแห่งการเตาบัต ตั้งแต่รู้ข่าวว่าเขา

มีเชื้อโควิด เขาก็อยู่กับเตาบัตด้วยการ

กล่าวอิสติฆฟารตลอดเวลา บางครั้งเขา

ก็ละหมาดสุนัต บางครั้งก็อ่านอัลกุรอาน

ช่วงเวลาที่เหลือเขาก็โทรถามภรรยาพูด

ถามว่าลูกอ่านอัลกุรอานหรือยัง ละหมาดแล้วใช่ไหม ไม่ดื้อใช่ไหม เขากับภรรยา

ไม่เคยจากกันไปไหนเลยตั้งแต่แต่งงาน

มา เขาคิดว่า อัลลอฮฺแยกเขากับภรรยา

เพื่อปรับปรุงตนเองด้านมารยาทด้วย เขา

จะคิดบวกเสมอ ทำให้การไปกักตัวของเขา #เหมือนไปรับวัคซีนอีหม่านเพิ่ม มาชาอัลลอฮ

ประมาณเวลา 02.00 นาฬิกา

เขาจะตื่นมาละหมาดตะฮัจญูดทุกคืน

ละหมาดสุนัตเตาบัตเพื่อขออภัยโทษ

ต่ออัลลอฮฺ จากนั้นก็ละหมาดสุนัตฮาญัต

เพื่อขอต่ออัลลอฮฺให้เชื้อหมดไปทั้งในตัว

เขาเอง คนในครอบครัว และมุสลิมทุกๆคน

จากนั้นก็ละหมาดสุนัตมิตร สามเรากะอัต

เวลาที่เหลือ เขาจะนั่งกล่าวซิเกร ทั้งกล่าว

อิสติฆฟารเพื่อขออภัยโทษต่อพระองค์

ในทุกๆสิ่งที่ผ่านมา

หลังจากละหมาดอยู่อัลลอฮให้เขารู้สึกอยากจะกล่าวซิเกรเหล่านี้เพื่ออัลลอฮ

เขาตะวัจญูสู่อัลลอฮ(เขาทำด้วยหัวมุ่ง

ตรงสู่อัลลอฮด้วยใจอิคลาส)

…อัสตัฆฟีรุลลอฮัลอะซีม 300 ครั้ง

…ซุบฮานัลลอฮิวะบิฮัมดิฮ 100 ครั้ง

…อัลลอฮฺุมมะศ็อลลิอะลาซัยยิดินามุฮัมมัด วะฮะลาอาลิซัยยิดินามุฮัมมัด 500 ครั้ง

…ซุบานัลลอฮ อัลฮัมดุลิลลาฮ ลาอิลาฮะอิ้ลลัลลอฮ อัลลอฮฺูอักบัร 100 ครั้ง

หลังละหมาดซุบฮีอ่านอัลกุรอาน 1 ญุซ

ส่วนกลางวันเขาก็กล่าวเหมือนกลางคืนตอนที่เขาตื่นละหมาดสุนัตตะฮัจญูดเพียงแต่เพิ่ม

….ลาเฮาละวะลากู้วะตะอิ้ลลาบิ้ลลาฮ 100 ครั้ง

….ลาอิลาฮะอิ้ลลา อันตะ ซุบฮานะกะอิ้นนีกุนตุมินัซซอลมีน 100 ครั้ง

….และในวันหนึ่งๆเขาจะกล่าวศอลาวัตได้

อย่างน้อย1,000 ครั้ง

ส่วนอัลกุรอานเขาอ่านได้วันละ 3 ญุซ

เขาพยายามทำหัวให้เข้มแข็ง โดยพยายาม

รำลึกถึงอัลลอฮฺตลอดเวลาให้มากที่สุด

มาชาอัลลอฮฺ

ทำไมชีวิตเขารู้สึกดีและรู้สึกโล่ง

ทั้งๆที่ช่วงนี้ไปทำงานไม่ได้ ตามกฏอาดัตแล้วเขาต้องเครียดซิ มาชาอัลลอฮ ภรรยา

ก็ยังวิดีโอคอลบอกว่า ที่บ้านอัลลอฮฺประทานริสกีมากมายเลย (ภรรยาถูกกักตัวที่บ้าน)

ทั้งน้ำมัน น้ำตาลทราย ปลากระป๋อง น้ำปลา ไข่ หัวหอม กระเทียม ข้าวสาร ผลไม้ต่างๆ ขนมของลูกๆนม ….ฯลฯ …..

การไปกักตัวของเขา การกักตัวของภรรยาและลูกๆที่บ้าน ทำให้เขากับภรรยากลับมีความสุขเพิ่มมากขึ้น รู้สึกรักกันมากขึ้น การถอยหลังจากกันเพียงชั่วคราวทำให้เขาได้แง่คิดอะไรหลายๆอย่าง มาชาอัลลอฮ

ที่ผ่านมา ใช่ว่าเขาหลงระเริงกับโลกดุนยา

มากถึงขนาดไม่ละหมาด เพียงแต่อามั้ลภาคสุนัตเขาไม่ค่อยจริงจังและไม่ค่อยมีเวลาทำสักเท่าไหร่ การมากักตัวที่นี่ ทำให้เขารู้สึกรักอัลลอฮฺมากขึ้น ทั้งที่มีหลายๆคน ที่พูดให้เขาได้ยินในเชิงพร่ำบ่น ไม่พอใจในบททดสอบ ด่ารัฐบาล ด่าคนนั้นคนนี้ พร่ำบ่น แต่เขาอัลลอฮทรงช่วยเหลือไม่ให้คิดเช่นนั้น เขาคิดว่า #กำหนดการณ์จากอัลลอฮฺย่อมมีฮิกมะฮเสมอ อย่างน้อยที่สุดเพื่อให้เขามีเวลาคิดใคร่ครวญมากขึ้น เปลี่ยนแปลงตนเองได้มาก มาชาอัลลอฮ

ก็มีเหมือนกันที่ได้เสียงคนตำหนิ เช่น ว่า

เขาประมาทบ้าง หรือว่าดูถูกว่าเขาเป็นต้นเหตุทำให้คนอื่นต้องติดอีกหลายคน แต่เขาให้กำลังใจตัวเองว่า ทุกอย่างที่ได้เกิดขึ้น อัลลอฮกำหนดไว้แล้ว และสิ่งที่พระองค์

ทรงกำหนดไม่ใช่เพื่ออะไร แต่เพื่อเพิ่มอี

หม่าน เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งทางจิตใจ และที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาอีกเรื่องหนึ่งก็คือ

ทำให้เขารักภรรยาและลูกรวมถึงคนใกล้

ตัวมากขึ้น ให้อภัยมากขึ้น

ในที่สุด อัลลอฮทรงดูแลรักษาเขาจนหาย

ได้กลับบ้านคราวนี้ เขามีความรู้สึกว่า เขา

รักอัลลอฮฺมากขึ้น และขยันทำอามั้ลอิบาดะฮมากขึ้น เหมือนกับว่า อัลลอฮฺกำหนด

ให้เขาไปโรงพยาบาล เพื่อไปชำระล้างหัวใจ

ให้สะอาด มาชาอัลลอฮฺ พระองค์ทรงรักเขาเหล่อเกิน เขาสัมผัสได้ เขาคิดว่านี่คือการฮิดายะฮจากอัลลอฮ ขอบคุณพระองค์ที่ทรงเลือกเขา อัลฮัมดุลิลลาฮ

ส่วนภรรยาที่บ้านก็ได้ลองเคี้ยวกานพลูพอดีๆ และต้มน้ำร้อนไว้ดื่ม บางครั้งก็ใส่ในน้ำดื่ม บางครั้งก็กินกระเทียมเป็นกับข้าวเพื่อเป็นการป้องกันและดูแลสุขภาพเพื่อให้ปลอดภัยภายในตัว ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เธอก็ได้ขอต่ออัลลอฮก่อนผ่านการละหมาดอิสติคอเราะฮเพื่อให้พระองค์ทรงเลือกยาสมุนไพรที่เหมาะสมกับเธอ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ แต่เธอกักตัวที่บ้านเท่านั้น เพราะเชื้อโควิดไม่มีในตัวเธอ

#ผมแต่งเรื่องแต่ก็อิงจากเรื่องจริงของเพื่อนทางเฟสสองคนที่ติดเชื้อโควิด(บางส่วน)

#ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

….ผู้ที่ได้รับบททดสอบคือผู้ที่อัลลอฮฺรัก คือผู้ที่อัลลอฮฺเปิดโอกาสเพื่อให้เขาได้เตาบัตและปรับปรุงตนเอง

….ในทุกๆวิกฤติจะกลายเป็นโอกาสที่ดีเสมอสำหรับผู้ที่คิดบวกและคิดดี สำหรับ #ผู้ศรัทธาที่คิดใคร่ครวญ

….แม้เราจะระมัดระวังแค่ไหน ถ้าอัลลอฮฺประสงค์จะทดสอบเราก็หรีไม่พ้น แม้จะฉีดวัคซีน แม้จะไม่ออกไปไหน แต่ถ้าอัลลอฮฺ

จะให้เป็นก็ย่อมได้เสมอ เพื่อล้างหัวใจเรา

ให้สะอาดมากกว่าเดิม แต่หน้าที่ของเรา

ควรป้องกันและดูแลตนเองให้ดีที่สุดจาก

นั้นก็มอบหมายต่อพระองค์

….การงานใดๆถ้าจบที่มอบหมายต่ออัลลอฮฺจะได้รับการดูแลจากอัลลอฮ ทำให้ชีวิตและจิตใจปลอดภัยมากขึ้น(มาก)

…..อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอกับยา(หัวใจ) แต่ควรฝากชีวิตไว้กับอัลลอฮฺ แล้วทำการรักษา

ตัวเองผ่านหมอผ่านยา ผ่านสมุนไพร ผ่าน

อายะฮอัลกุรอาน ….ฯลฯ .. พร้อมเตาบัต

ตนอย่างจริงจังและละหมาดสุนัตฮาญัต

ดุอาอ์ขอต่ออัลลอฮเพื่อให้โรคหาย เพราะเมื่อโรคหายเราจะได้ไม่ลืมฮากีกัตที่แท้จริงว่าอัลลอฮคือผู้ให้หาย หมอกับยาเป็นเพียงอัสบาบเท่านั้น

…..เมื่อเป็นหวัด ยารอแต่หมอกับยาเพียงอย่างเดียว แต่ควรจัดการดูแลตัวเองก่อนด้วยการดื่มน้ำร้อนบ่อยๆ(อุ่นค่อนข้างร้อนที่ไม่ลวกปาก) พร้อมขอต่ออัลลอฮฺให้หวัดหายพร้อมรักษากับสมุนไพรที่เขากินแล้วได้ผลเพื่อรักษาตัวพลางๆ เชื้อจะได้ไม่ลงปอด และหากแม้เราไม่ได้ติดเชื้อ หมั่น

ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆอยู่เสมอ และกินหรือดื่มอาหารที่เป็นสมุนไพร เช่น กระเทียม กานพลู

ฟ้าทลายโจร …ฯลฯ…พร้อมสืบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือรวมถึงจากคนรอบข้างเพื่อรู้ถึงวิธีการกินการดื่มก่อนจะดียิ่ง

…..อย่าตำหนิหรือดูถูกผู้ที่ติดเชื้อ เพราะเขาต้องการกำลังใจมากกว่าการฟังเสียงวิจารณ์ด้านลบ

…..หลายคนที่ฉีดวัคซีนแล้วยังติดเชื้อ จงคิดดีว่า อัลลอฮฺกำลังสอนเราเพื่อไม่ให้ลืมในเรื่องอากีดะฮ การที่เรายึดมั่นว่า วัคซีนคือตัวยับยั้งไม่ให้เป็นก็ต้องไม่ลืมว่าอัลลอฮคือผู้ให้พระองค์กำลังสอนเราว่า วัคซีนคืออัสบาบป้องกันไม่ให้เราเป็น ส่วนฮากีกัตที่แท้จริง ผู้ที่ให้ความสำเร็จหรือให้เราเป็นหรือไม่เป็นคืออัลลอฮ ไม่ใช่ตัววัคซีน ก็เหมือนเรากินข้าวเพื่อให้อิ่ม ตัวข้าวไม่ทำให้เราอิ่ม แต่ผู้ให้อิ่มคืออัลลอฮฺ ข้าวเป็นเพียงอัสบาบ ส่วนผู้ให้เราอิ่มที่แท้จริงไม่ใช่ข้าว แต่คืออัลลอฮฺ บางครั้งอัลลอฮฺทดสอบให้วัคซีนไม่ได้ผล

ก็เพื่อสะกิดเราให้เหนียวแน่นในเรื่องอากี

ดะฮ(จงวางหัวใจให้ดี อากีดะฮจะได้ไม่คลาดเคลื่อน)

เพราะอากีดะฮพวกเราในหลายๆคนเริ่มแปรปรวน พระองค์หวังดีต่อเรา เพื่อให้เราปรับปรุงในเรื่องอากีดะฮ เพื่อให้เราเหนียวแน่นในเรื่องการยึดมั่น อาจทำให้วัคซีนไม่ได้ผล หรืออาจเป็นเพราะ เวลาป่วยอะไรเรามักจะรีบพึ่งหมอพึ่งยาเลยทันที โดยลืมที่จะขอต่ออัลลอฮฺก่อน

….การบริจาคเป็นยารักษาโรค เป็นการ

ต้านภัยบาลาอ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับเรา

และยิ่งบริจาคยิ่งได้เพิ่ม บางคนโรคหายเพราะขยันบริจาค(เจตนาให้บริสุทธิ์เพื่ออัลลอฮเท่านั้นและให้เท่าที่เราไหว)

….อย่ายึดติดในสิ่งถูกสร้างเพราะถ้าได้รับบททดสอบ เราจะตั้งตัวไม่ทัน และอาจจะพร่ำบ่น ทำให้ไม่พอใจในบททดสอบของ

อัลลอฮฺ ทั้งที่บททดสอบนั้นคือการขัดเกลาตัวเราให้สะอาด คือความรักและความหวังดีจากอัลลอฮ

…. การทำอามั้ลอิบาดะฮ ควรทำด้วยหัวใจมุ่งตรงสู่อัลลอฮ เจตนาทำด้วยใจบริสุทธิ์เพื่ออัลลอฮจริงๆ ทำเท่าที่เราไหว(แต่ถ้ารู้สึกขี้เกียจควรต่อสู้กับมันพร้อมดุอาอ์เพื่อให้เราขยัน

พยายามทำให้มากเพิ่มขึ้นเรื่อยและทำให้เป็นประจำ) อย่าทำเฉพาะ ตอนที่ได้รับบททดสอบหนักเท่านั้น

….คำว่าเตียงเต็ม นั่นคือหนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนแล้วว่า พระองค์ให้เราเตาบัตตนและพึ่งพระองค์ให้มากๆด้วยการวิงวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ อาจจะละหมาดสุนัตอิสติคอเราะฮให้พระองค์ทรงชี้นกว่า ยาสมุนไพรชนิดใดที่เหมาะแก่การรักษาโรคนี้มากที่สุด แล้วจงรักษาเองก่อนพลางๆอย่ารอให้เชื้อลงปอดก่อน #อย่าลืมว่าทุกโรคมียารักษายกเว้นโรคชรา

…..ความตายอัลลอฮฺคือผู้กำหนด ถ้ายังไม่ถึงเวลา ต่อให้ป่วยหนักแค่ไหนก็ยังไม่ตายถ้ายังไม่ถึงเวลา แต่ถ้าถึงเวลา แม้จะไม่ได้ป่วยอะไรก็อาจจะนอนตาย หรือนั่งอยู่ดีๆก็ตาย หน้าที่ของเราจึงต้องเตาบัตตนอยู่เสมอ และให้จริงจังในเรื่องการตักตวงเสบียงให้มากๆและทำด้วยใจส่วนลึกอยู่เสมอ อย่าทำแค่ผิวเผินภายนอกอย่างลวกๆเพราะอัลลอฮทรงมองที่หัวใจ

….ฯลฯ…..

ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองพวกเราทุกคนให้ปลอดภัยทั้งดุนยาและอาคีเราะฮ อามีน

#ท่านนบีมุฮัมมัดศ็อลฯกล่าวว่า

“หากท่านมอบหมายต่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริงแล้ว พระองค์จะประทานริสกีแก่ท่านดังเช่นที่ทรงประทานให้แก่นกซึ่งออกไปในยามเช้าด้วยท้องแห้ง แต่กลับมาในตอนเย็นด้วยอาหารที่เต็มท้อง”

รายงานโดย ติรมีซี

#อัลลอฮตรัสว่า

“จงกล่าวเถิด(มูฮัมหมัด)ว่าจะไม่ประสบกับเราเป็นอันขาด นอกจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้กำหนดไว้แก่เราเท่านั้น ซึ่งพระองค์เป็นผู้คุ้มครองเรา และแด่อัลลอฮฺนั้น มุมินทั้งหลายจงมอบหมายเถิด”
(ซูเราะห์อัตเตาบะฮ:51)

***เตือนผมเตือนท่านเพื่ออัลลอฮฺ***

นัสรุดดีน ทองรินทร์

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook