https://okmuslim.com/lazada/m1.jpg หนังสือ หัดละหมาดชาย-หญิง https://okmuslim.com/lazada/m3.jpg หนังสือ ซูเราะฮฺยาซีน, อายะฮฺกุรซีย์ พร้อมคำอ่านภาษาไทย หนังสือ "ชีวประวัติ นบีมูฮัมมัด"   

อุทธาหรณ์สำหรับทุกคน ชื่อมุสลิม การแต่งกายแบบมุสลิม แต่เขาอาจไม่ใช่มุสลิม!

ADMIN

ชื่อ สุไลมาน ดาวุด ยะกู๊บ ฟาติมา ไลลา โซเฟีย

หากเรามองเผินๆ การเรียกชื่อเหล่านี้ เราต้องคิดว่า พวกเขาเป็นมุสลิมแน่นอน เพราะว่าชื่อของพวกเขามันเป็นชื่อของศาสดาต่างๆในอิสลามหรือชื่อของบุตรสาวท่านศาสดา(ซ.ล.) หรือชื่อที่มุสลิมนิยมนำมาใช้เรียกกัน

แต่จริงๆแล้ว เราควรตรวจสอบการศรัทธา ความเชื่อ และพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของพวกเขาในแต่ละวัน ว่ามันสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตในวิถีอิสลามหรือไม่? แต่เมื่อเราตรวจสอบก็จะพบว่าชื่อเหล่านี้จะถูกเรียกไม่ใช่เฉพาะมุสลิมเท่านั้น แต่ยังมีชาวคริสเตียน ชาวยิว ชาวดรูซ มารอนไนต์ และอีกหลายๆกลุ่มชน ก็นิยมนำชื่อเหล่านี้มาตั้งให้กับบุตรหลานของตนเอง อย่างเช่นในอิยิปต์ เลบานอน ปาเลสไตน์ ซีเรีย อิรัค อิหร่าน นอกจากนี้ การพูดจา การทักทาย ก็ใช้แบบชาวมุสลิม เช่น คำว่า ขอบคุณพระเจ้า ก็จะใช้คำว่า “อัลฮัมดุลิลละห์” ซึ่งมีหลายประเทศไม่ใช่เฉพาะ ประเทศในกลุ่มอาหรับ แต่เราจะพบว่า ใน อินเดีย ปากีสถาน มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ก็จะใช้คำเหล่านี้เช่นกัน

นอกจากนี้ในการแต่งกายเราจะเห็นได้ว่ากลุ่มคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามก็แต่งกายคล้ายคลึงกับชาวมุสลิมอย่างเช่น ผู้หญิงชาวซิกข์ในรัฐปัญจาบของอินเดีย หรือชาวฮินดูในปากีสถาน ผู้หญิงชาวยิวในอิสราเอล ปาเลสไตน์ เลบานอน ดังนั้นหากเราคิดแค่เพียงชื่อ คำพูด หรือการแต่งกาย แล้วเชื่อมโยงไปยังผลิตภัณฑ์หรืออาหารที่เขาทำการค้าขายอยู่ แล้วตัดสินว่าอาหารหรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้นบริโภคได้ฮาลาล มันน่าจะไม่เป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้องนัก

หากเราได้ยินแค่เพียงชื่อแล้วตัดสินไปที่ตัวผลิตภัณฑ์ หรืออาหารที่เขาปรุงขาย แน่นอนว่ามีมุสลิมไทยหลายคนเราไม่สามารถที่จะบริโภคอาหารของเขาได้เพราะชื่อของเขาดันไปตรงกับชื่อของพระเจ้าในศาสนาฮินดู อย่างเช่น วิษณุ ลักษมี สุรัสวดี ดารา เทวี เทพี กฤษณะ อัศวิน หรือชื่อของสาวกพระพุทธเจ้า เช่น อานนท์ อนิรุทธิ์ ภัทราวุธ

ดังนั้น การยึดติดกับชื่อ การแต่งกาย คำพูดที่ใช้ในการสนทนา มันไม่สามารถที่จะเชื่อมโยงไปยังผลิตภัณฑ์ของเขาว่ามันฮาลาล เสมอไป

การนำ ” อิลมู ” มาช่วยในการตัดสิน เราจะรู้ว่า ขณะนี้ เวลานี้ ศาสนาต้องการอะไรจากเรา คำตอบคือ ศาสนาต้องการให้เราทานอาหารที่ฮาลาล ที่อัลลอฮฺทรงอนุมัติ และเราต้องดูการดำเนินชีวิตของท่านนาบี(ซ.ล.)ว่า ท่านใช้ชีวิตอย่างไร? ทานอาหารแบบไหน? แล้วนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตของเรา เราก็จะปลอดพ้น จากสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ฮาลาล ปนเปื้อน ต้องสงสัย คลุมเครือ เหล่านี้ไปได้ แล้ว อาม้าล อิบาดะฮ์ ของเรา การขอดุอาของเรา ก็จะเป็นที่ตอบรับของอัลลอฮฺ(ซ.บ.)

ขออัลลอฮฺอภัยโทษให้กับพวกเราในความผิดพลาดที่ผ่านมา และทรงปกป้องพวกเราจากอาหารที่ไม่ฮาลาลทั้งปวง อามีน.

เครดิต: Baba Chawkuay

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook