ความรู้ » รอมฏอน » ดุอาอฺผู้ถือศีลอดไม่ถูกผลักไส หะดีษเกี่ยวกับการถือศีลอด

ดุอาอฺผู้ถือศีลอดไม่ถูกผลักไส หะดีษเกี่ยวกับการถือศีลอด

27 เมษายน 2020
296   0

ดุอาอ์ผู้ถือศีลอดไม่ถูกผลักไส หะดีษเกี่ยวกับศีลอด

จากท่าน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เล่าจากท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านได้กล่าวว่า

“ดุอาอ์ 3 ประเภทที่จะไม่ถูกผลักไส คือ ดุอาอ์ของบุพการี(บิดามารดา),  ดุอาอ์ของผู้ถือศีลอด และดุอาอ์ของผู้เดินทาง”

(หะดีษเกี่ยวกับศีลอด : รายงานโดย อัล-บัยฮะกีย์ ใน สุนัน อัล-กุบรอ หมายเลข 6185 ดู เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ หมายเลข 3032 เป็นหะดีษหะสัน)

บทเรียนจากหะดีษ

1. หะดีษกล่าวถึง ดุอาอ์ของบุคคลสามจำพวกที่อัลลอฮฺไม่ปฏิเสธ คือ

– ดุอาอ์ของบุพการี

– ดุอาอ์ของผู้ถือศีลอดที่รักษามารยาทที่ดีงามและมีเจตนาที่บริสุทธิ์

– ดุอาอ์ของคนที่เดินทาง

2. อย่างไรก็ตาม ได้มีหะดีษในสายรายงานอื่นที่กล่าวถึงบุคคลประเภทต่างๆ ที่ดุอาอ์ของพวกเขาจะไม่ถูกปฏิเสธเช่นเดียวกัน อาทิ ดุอาอ์ของอิมามที่ยุติธรรม และดุอาอ์ของผู้ที่ถูกรังแกโดยไม่เป็นธรรม เป็นต้น

3. ความโปรดปรานของอัลลอฮฺจะครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง

4. ส่งเสริมให้มีการขอดุอาอ์ในขณะที่ถือศีลอดและขณะละศีลอด

5. การขอดุอาอ์สามารถทำได้ง่ายแม้ในขณะที่กำลังถือศีลอด หรือขณะใช้ชีวิตปกติในแต่ละวันก็ตาม

ความประเสริฐของการเลี้ยงอาหารละศีลอด

จากท่านซัยดฺ อิบนุ คอลิด อัล-ญุฮะนีย์ เล่าจากท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านได้กล่าวว่า

“ผู้ใดที่เลี้ยงอาหารละศีลอดแก่ผู้ถือศีลอด เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับผลบุญของผู้ถือศีลอด(ที่เขาให้อาหาร) โดยที่ผลบุญนั้น (หมายถึงผลบุญเดิมของผู้ถือศีลอดที่เขาเลี้ยงอาหาร) ไม่ได้ลดน้อยลงไปจากผู้ถือศีลอดนั้นแต่อย่างใด”

(หะดีษเกี่ยวกับศีลอด : รายงานโดย อัต-ติรมิซีย์ หมายเลข 735 ดู เศาะฮีหฺ สุนัน อัต-ติรมิซีย์ หมายเลข 647 เป็นหะดีษเศาะฮีหฺ)

บทเรียนจากหะดีษ

1. ความประเสริฐของผู้ที่ให้อาหารละศีลอดแก่ผู้ถือศีลอด เขาจะได้รับผลบุญอย่างเต็มเปี่ยม เหมือนคนที่ถือศีลอด โดยที่ผลบุญดังกล่าวจะไม่ลดไปจากผู้ถือศีลอดที่เขาเลี้ยงอาหารนั้นแม้แต่น้อย

2. ส่งเสริมให้มีการเลี้ยงอาหารแก่ผู้ที่ถือศีลอด ไม่ว่าเขาจะเป็นคนที่ร่ำรวยหรือยากจน

3. อาหารหรือเครื่องดื่มที่จัดเตรียมให้แก่ผู้ที่ถือศีลอดนั้นจะต้องมาจากทรัพย์สินที่หะลาล

4. ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั้นเป็นลักษณะของผู้ที่เป็นมุสลิมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนเราะมะฎอน

5. สังคมอิสลามเป็นสังคมที่มีความรักใคร่ปรองดองกัน มีการเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ที่มา: www.islammore.com