ความรู้ » ความรู้ทั่วไป » 10 เคล็ด(ไม่)ลับ เพิ่มความหอมหวานให้กับชีวิตคู่

10 เคล็ด(ไม่)ลับ เพิ่มความหอมหวานให้กับชีวิตคู่

6 กันยายน 2017
134   0

เราต่างเฝ้าใฝ่ฝันที่จะมีชีวิตแต่งงานหวานชื่นและสมหวัง แต่ในความเป็นจริงคงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ตั้งใจและให้เวลาในการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ตลอดจนวางแผนและลงทุนลงแรงกับความสัมพันธ์ของตัวเองอย่างจริงจัง

ชีวิตแต่งงานคงไม่ต่างอะไรกับการเพาะปลูก ยิ่งคุณตั้งใจหว่านพืชเฝ้ารดน้ำพรวนดินมากเท่าไหร่ คุณก็ได้เก็บเกี่ยวพืชผลที่คุณหว่านไว้มากเท่านั้น

เคล็ด(ไม่)ลับ 10 ประการต่อไปนี้สามารถช่วยปรับความสัมพันธ์ของคุณกับคนรักให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นได้ อินชาอัลลอฮ ไม่ต้องรอช้า มาเริ่มกันเลย!

 

1 – ค้นหาตัวตนของกันและกัน

การให้ความสนใจกับคู่รักของคุณและพยายามเรียนรู้กันและกันให้มากขึ้นจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคุณสองคนได้มากขึ้นด้วย เค้าจะเริ่มรู้สึกว่าคุณใส่ใจและรักเค้ามากขึ้นเมื่อคุณพยายามเรียนรู้ในสิ่งที่เค้าเป็นและเคยเป็น คุณใส่ใจความทรงจำในวัยเด็กของเค้าหรือวีรกรรมเด็ดๆ ตอนสมัยวัยรุ่นของเค้าที่เรียกเสียงฮาได้เสมอ คุณใส่ใจในสิ่งที่เค้าชอบและไม่ชอบ ใส่ใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเค้ากับคุณที่ผ่านมาจนกระทั่งวันนี้ที่คุณทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกันในที่สุด ลองค้นหาอีกด้านหนึ่งของคู่รักคุณเพื่อรู้จักตัวตนของเค้าให้มากขึ้น

เคล็ด(ไม่)ลับ: เขียนแบบสอบถามเล่นๆ ขึ้นสัก10-20 ข้อในประเด็นที่คุณอยากเรียนรู้เกี่ยวกับคู่รักของคุณ ปริ๊นต์ออกมาสองชุดแล้วชวนคู่รักของคุณไปออกเดททานมื้อเย็นด้วยกัน จากนั้นชวนกันทำแบบสอบถามนั้นด้วยการสลับกันตอบคนละคำถาม วิธีนี้จะช่วยให้คุณค้นพบอีกด้านหนึ่งที่น่าเรียนรู้ของคู่รักของคุณได้

 

2 – ปลุกความตื่นเต้นเร้าใจ

การได้ร่วมทำกิจกรรมแปลกใหม่และโลดโผนไปด้วยกันกับคู่รักจะช่วยสร้างความกระปรี้กระเปร่าให้ชีวิตคู่มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น แต่คุณไม่ควรคาดหวังให้เค้ามาช่วยคุณวางแผนไปเสียทุกอย่างนะ ลองแกล้งปล่อยให้เค้าแอบลุ้นว่าคุณจะมีแผนปลุกความระทึกใจอย่างไรในทริปผจญภัยของคุณที่จะมาถึงนี้

เคล็ด(ไม่)ลับ: หาเวลาในค่ำคืนหนึ่งของวันหยุดสุดสัปดาห์แล้วขับรถไปที่ไหนสักแห่งที่คุณทั้งคู่ไม่เคยไปมาก่อน ปิด GPS แล้วเริ่มปฏิบัติการลงมือผจญภัยหาแหล่งดูดาวสวยๆ ด้วยกัน (ขากลับอนุโลมให้เปิด GPS นำทางกลับบ้านได้นะ)

 

3 – เอาใจใส่

บางครั้งเรามักหลงคิดไปว่าชีวิตการแต่งงานนั้นควรปล่อยให้มันเดินไปด้วยตัวของมันเอง ทุกอย่างจะเดินไปตามหน้าที่ของมันโดยอัตโนมัติและนำพาเราไปสู่เส้นทางแห่งความหอมหวานที่เราวาดฝันไว้ แต่ในความเป็นจริงการแต่งงานเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรับผิดชอบทั้งในรูปแบบของเวลา เป้าหมาย และความใส่ใจทั้งทางด้านจิตใจและอารมณ์ของทั้งสองฝ่าย การแต่งงานเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยระยะเวลาและการทุ่มเทเอาใจใส่ การแต่งงานจะมีความหอมหวานตั้งแต่ตอนที่คุณเริ่มเพาะปลูกต้นรักและคอยดูแลใส่ใจมันด้วยกัน ไปจนถึงวันที่คุณได้เก็บเกี่ยวผลิตผลที่คุณร่วมสร้างกันมา

เคล็ด(ไม่)ลับ: ให้เวลา 10 นาทีของทุกวันอาทิตย์กับการวางแผนกิจกรรมตลอดสัปดาห์ด้วยกัน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวางแผนอะไรที่เกี่ยวกับงานหรือตารางกิจวัตรประจำวันของคุณนะ แต่ให้ลองวางแผนว่าคุณทั้งสองจะร่วมกันอุทิศเวลาในแต่ละวันให้กันและกันได้อย่างไร คุณจะทำอะไรเพื่อกันและกัน ต่อกันและกัน และด้วยกันและกัน

 

4 – ลดความคาดหวังของตัวเอง

เวลาที่เราคาดหวังกับคนอื่นไว้มากในชีวิต เป็นไปได้ว่าเราจะผิดหวังกับเค้ามากขึ้นเท่านั้น  หลายคนมักจะเชื่อหรือถูกสอนมาว่าการแต่งงานจะช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างในชีวิตได้ จะช่วยเติมเต็มทุกความว่างเปล่าในหัวใจของเราได้ และจะช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตได้

มีงานวิจัยมากมายค้นพบว่า การตั้งความคาดหวังไว้สูงนั้นสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีชีวิตคู่ที่ไม่สมหวังได้ ลองเปลี่ยนมาลดความคาดหวังลงและเพิ่มความสุขกันแทนดีกว่าไหม?

เคล็ด(ไม่)ลับ: เริ่มต้นชีวิตแต่งงานของคุณด้วยถ้วยใบเล็กก็พอ เพราะมันจะเติมเต็มได้ง่ายกว่าเยอะ ลดความคาดหวังของคุณลงแล้วคุณจะสุขใจขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ !

 

5- ปิดโทรศัพท์ เปิดหัวใจ

อันนี้ไม่ได้หมายถึงให้เลิกใช้โทรศัพท์นะ แต่ให้ลองหาโอกาสปิดโทรศัพท์งดการติดต่อจากโลกภายนอกดูบ้าง ทุกวันนี้เรามักเห็นคนรอบข้างของเราสนิทกับหน้าหน้าจอโทรศัพท์มากกว่าคนจริงๆ รอบตัวเสียอีก หลายครั้งที่โทรศัพท์ได้กลายเป็นสิ่งแรกที่เรามองหาเวลาตื่นนอน และเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราเฝ้ามองก่อนเข้านอน การที่คุณเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นลงเพื่อดูหน้าฟีดเฟสบุ้คหรืออ่านไลน์บนเตียงก่อนเข้านอน มันไม่ต่างอะไรกับคุณกำลังเอาชีวิตคนอื่นเข้ามาในสถานที่ที่เรียกว่าส่วนตัวที่สุดในบ้านของคุณ พยายามเลี่ยงเถอะนะ มันไม่ดีเลย

เคล็ด(ไม่)ลับ: ลองสร้างและจำกัด “พื้นที่ควบคุม” ขึ้นภายในบ้าน ตั้งกฎเขตปลอดโทรศัพท์ขึ้นและให้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดกันทุกคน เช่นในห้องนอน หรือบนโต๊ะทานข้าวตอนมื้อเย็นของครอบครัว เหล่านี้เป็นต้น

 

6 – สื่อสารความในใจ

หาเวลาบอกความในใจและความรู้สึกของคุณให้เค้ารู้บ้าง และที่สำคัญกว่านั้นคือต้องแน่ใจว่าคุณเต็มใจที่จะรับฟังและแสดงความเห็นอกเห็นใจร่วมกับเค้าด้วยเช่นกันนะ การบอกกล่าวสื่อสารความในใจมีหลายรูปแบบ และมันก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคำพูดเสมอไป แม้แต่การนอนลงบนเตียงข้างๆ คนรักแล้วมองหน้าเค้าพร้อมลูบผมเบาๆ ด้วยความอ่อนโยน แค่นี้ก็ทรงพลังมากพอที่จะบอกแทนคำพูดว่า  “ฉันรักคุณมากจริงๆ” ได้แล้ว

เคล็ด(ไม่)ลับ: ลองสำรวจดูว่าคู่รักของคุณชอบภาษารักแบบไหนแล้วใช้วิธีนั้นสื่อภาษาใจของคุณให้เค้าฟัง ลองหาหนังสือ 5 ภาษาสื่อรักของแกรี่ แชปแมนมาอ่านแล้วศึกษาวิธีบอกรักที่เหมาะกับคนรักของคุณที่สุด อย่าลืมปฏิบัติกันดู

 

7 – ขยายพื้นที่ความสุข

อย่ามัวแต่ค้นหาความสุขจากการแต่งงานเพียงอย่างเดียว เพราะความสุขที่แท้จริงนั้นมาจากอัลลอฮผู้เป็นเจ้าของทุกสิ่งมากกว่า  ให้เวลากับตัวเองได้เติบโตทางจิตวิญญาณและใกล้ชิดพระเจ้าบ้าง หรืออาจเพิ่มพื้นที่ความสุขให้กับตัวเองด้วยการติดต่อกับโลกภายนอก หาเวลาส่วนตัวออกไปพักผ่อนกับเพื่อน หาโอกาสยื่นมือช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสกว่าเรา หรือจะอาสาจัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนก็เข้าท่าไม่เบา อย่าจำกัดตัวเองในโลกแคบๆ เท่านั้นเพราะโลกนี้ยังมีอะไรที่น่าค้นหาอีกเยอะ และยังมีคนอีกมากมายที่เฝ้ารอจะได้รับสิ่งดีๆ จากคุณเช่นกัน

เคล็ด(ไม่)ลับ: ลองวางแผนกับคู่รักของคุณเพื่อให้ต่างฝ่ายได้มีโอกาสออกไปสังสรรค์กับเพื่อนเก่าโดยไม่มีอีกคนไปด้วยกัน

 

8 – คิดให้มากกว่าสองครั้ง

มีคำกล่าวหนึ่งบอกเราว่า ให้คิดสองครั้งก่อนจะพูดอะไรแต่ละครั้ง แต่ในความเป็นจริงบ่อยครั้งที่เราค้นพบว่าเวลาเราถูกครอบงำด้วยอารมณ์โมโห การคิดสองครั้งก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยดึงเราให้ออกจากการพูดถากถางแดกดันที่สามารถสร้างบาดแผลให้อีกคนต้องเจ็บปวดไปอีกนาน

เคล็ด(ไม่)ลับ: หากคุณเจอความกดดันบางอย่างที่เห็นว่าจำเป็นต้องดึงตัวเองออกจากระบบตรงนั้น ให้ลองเขียนระบายมันออกมาแล้วเก็บมันไว้กับตัวเองเงียบๆ คนเดียว ให้เวลากับตัวเองหนึ่งอาทิตย์แล้วลองกลับมาอ่านมันใหม่ เป็นไปได้สูงว่าคุณอาจจะอยากฉีกมันทิ้งไปก่อนที่ใครจะมาเห็นแน่ๆ

 

9 – เล็กๆ คือความยิ่งใหญ่

หลายครั้งที่เรามักคิดหรือเชื่อว่าสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่และราคาแพงที่สุด แต่สำหรับใครอีกหลายคนแล้ว ขั้นตอนและการคิดวางแผนจะทำสิ่งหนึ่งหรือการให้บางสิ่งบางอย่างเป็นของขวัญแทนใจนั้นดูมีคุณค่าต่อความรู้สึกได้มากกว่า การเขียนจดหมายง่ายๆ หนึ่งฉบับด้วยลายมือของคุณเอง ระบายความรู้สึกลึกๆ ในใจหรือบอกให้คนรักของคุณรู้ว่าเค้ามีค่ากับคุณมากเพียงใด เหล่านี้น่าจะเป็นของขวัญที่สามารถซึมซับและตราตรึงในหัวใจได้นานกว่าของขวัญที่มีมูลค่าสูงด้วยราคา

เคล็ด (ไม่) ลับ: หาซื้อกระดาษโน้ตสติ๊กเกอร์มาเขียนข้อความบอกรักสั้นๆ ให้คู่รักของคุณ แล้วนำไปแปะตามที่ต่างๆ ภายในบ้านที่เค้าอาจคาดไม่ถึงเช่น บนกระจกห้องน้ำ บนกล่องนมในตู้เย็น ในกระเป๋าทำงาน บนเครื่องซักผ้า ที่ขอบชั้นวางรองเท้า ในกระเป๋าสตางค์ หรืออาจให้เป็นการ์ดเขียนบอกความในใจแล้วซ่อนไว้ใต้หมอนของเค้าก็น่ารักไม่เบา

 

10 – รู้สึกสำนึกขอบคุณ

การรู้สึกสำนึกขอบคุณสามารถเปลี่ยนชีวิตคนเราได้มากมายจริงๆ หลายงานวิจัยยืนยันว่าการดูแลรักษาทัศนคติต่อการรู้สึกสำนึกขอบคุณนั้น สามารถช่วยให้คุณมีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นในหลายๆ ด้านด้วยกัน มันจะช่วยให้คุณสามารถมองโลกใบนี้แตกต่างไปจากเดิมมากมายจนคุณสามารถมองเห็นสิ่งดีๆ ในทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณ ความสัมพันธ์ที่ดีและมีความสุขนั้นต้องการการบอกกล่าวความรู้สึกสำนึกขอบคุณที่ออกมาเป็นคำพูดแทนคำวิจารณ์เชิงลบมากกว่าถึงห้าเท่าเลยทีเดียว และผลการวิจัยก็ค้นพบอีกว่า คู่ชีวิตที่ดีนั้นมักจะประสบความสำเร็จเพราะการรู้จักมองหาวิธีบอกความในใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าตนเองนั้นรู้สึกขอบคุณที่มีกันและกันมากเพียงใด

เคล็ด (ไม่) ลับ:  ลองรับคำท้าสร้างความรู้สึกสำนึกขอบคุณภายใน 30 วันแล้วเริ่มปลูกฝังความคิดสำนึกขอบคุณให้กับตัวคุณเองดู (เข้าไปดูได้ที่ nobleblessings.com) มาลองเปลี่ยนตัวเองกันนะ !

 

แปลและเรียบเรียงโดย : Andalas Farr
ที่มา : 10 TIPS FOR A THRIVING MARRIAGE

ที่มาของเนื้อหา : halallifemag.com