ความรู้ » ความรู้อิสลาม » อิสลามห้ามสัมผัสเพศตรงข้าม (ที่ไม่ใช่มะฮฺรอม)

อิสลามห้ามสัมผัสเพศตรงข้าม (ที่ไม่ใช่มะฮฺรอม)

14 เมษายน 2018
115   0

ว่าด้วยการสัมผัสเพศตรงข้าม

السلام عليكم ورحمة الله وبركاته

คำถาม ผม ต้องการคำตอบที่กระจ่างเกี่ยวกับที่ผู้ชายจะสัมผัสมือผู้หญิงทั้งจากทัศนะ ของอิมามทั้งสี่และทัศนะของนักวิชาการส่วนมาก (ญุมฮูร อุละมาอฺ)

คำตอบ มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิแห่งอัลลอฮประการแรก : ไม่อนุญาตแก่บุคคลที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และรอซูลของพระองค์ ที่จะวางมือของเขาบนมือผู้หญิงที่ไม่เป็นที่อนุญาตแก่เขา หรือไม่ได้เป็น มุหริม (ญาติใกล้ชิดที่ห้ามแต่งงานกัน) และใครที่ทำเรื่องดังกล่าวเท่ากับได้อธรรมต่อตนเอง

รายงาน จากมุอฺก็อล อับนุยะซาร กล่าวว่า ท่านร่อซูลลุลลอฮฺ กล่าวว่า “ให้เอาเข็มเหล็กทิ่มเข้าไปที่ศีรษะของชายคนใดในหมู่พวกเจ้าย่อมดีกว่าการ ที่เขาจะสัมผัสกับผู้หญิงที่ไม่เป็นที่อนุญาตแก่เขา” รายงานโดย อัฏฏอบรอนี ในอัลกะบีร เลขที่ 486 หะดิษนี้เชคอัลบานียฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวไว้ในหนังสือ “ ศอฮีฮุลญามิอ ” เลขที่ 5045 ว่าเป็หะดิษศอฮีฮฺ (สายรายงานถูกต้องเชื่อถือได้)

หะดิษนี้เพียงบทเดียวย่อมเพียงพอแล้วที่จะป้องกัน และจำเป็นต้องปฏิบัติตามซึ่งเป็นความต้องการของอัลลอฮฺ เนื่องจากการสัมผัสกับผู้หญิงนี่เองที่จะนำมาซึ่งฟิตนะฮ (ความวุ่นวาย) และการลามกอนาจาร

รายงาน จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ ภรรยาของท่านนบี กล่าวว่า “เมื่อบรรดาหญิงผู้ศรัทธาได้อพยพไปยังรอซูลลุลลอฮ พวกนางจะถูกสอบถามเนื่องจากคำกล่าวของอัลลอฮฺ ที่ว่า “ โอนบีเอ๋ย เมื่อบรรดาหญิงผู้ศรัทธาได้มาหาเจ้าโดยพวกนาง ได้ให้ปฏิญาณแก่เจ้าว่าพวกนางจะไม่ตั้งภาคีใดๆต่ออัลลอฮฺ จะไม่ขโมย และจะไม่ทำชู้…” ซุเราะฮ มุมตะฮินะฮ อายะที่ 12 ท่านหญิงอาอิชะฮฺกล่าวว่า “หญิงผู้ศรัทธาคนใดยืนยันในเรื่องดังกล่าว แสดงว่านางพร้อมรับข้อตกลง ซึ่งเมื่อนางได้ยืนยันดังกล่าวด้วยคำพูดแล้ว ท่านรอซูลจึงกล่าวแก่พวกนางว่า “พวกเธอจงไปเถิด ฉันได้รับสัตยาบันจากพวกเธอแล้ว” ขอสาบานต่ออัลลอฮ มือของท่านรอซูลมิได้สัมผัสกับผู้หญิงคนใดเลย ทว่าท่านได้ให้สัตยาบันกับพวกนางเพียงคำพูด ท่านหญิงอาอิชะฮฺกล่าวว่า ขอสาบานต่ออัลลอฮ ท่านรอซูลไม่ได้จับมือของเหล่าสตรีเลย นอกจากท่านได้ปฏิบัติตามสิ่งที่อัลลอฮ ใช้เท่านั้น ฝ่ามือของท่านรอซูลไม่เคยสัมผัสกับฝ่ามือของหญิงคนใด ท่านเพียงแต่พูดกับพวกนางเป็นการยอมรับ (การให้สัตยาบัน) ว่าฉันได้รับการให้สัตยาบันจากพวกเธอ” –รายงานโดยมุสลิม หะดิษที่ 1866

รายงาน จากอุรวะฮฺว่า ท่านหญิง อาอิชะฮฺได้เล่ากับเขาถึงการให้สัตยาบันของบรรดาสตรีว่า “ท่านรอซูลไม่เคยสัมผัสมือกับหญิงคนใดเลยนอกจากเพียงแค่รับ (การให้สัตยาบัน) จากพวกนางเท่านั้น ซึ่งเมื่อท่านได้รับสัตยาบันจากพวกนางแล้ว ท่านจะกล่าวว่า “เธอจงไปเถิด ความจริงฉันได้รับสัตยาบันของเธอแล้ว” ” –รายงานโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 1866

ขนาด มะอฺซูม (ผู้ที่ถูกปกป้องจากความผิด) ผู้ที่ประเสริฐสุดแห่งมนุษย์ชาติทั้งมวล เป็นผู้นำผู้คนในวันกิยามะฮ ยังไม่สัมผัสมือกับบรรดาสตรีทั้งที่ปกติแล้วการให้สัตยาบันต้องใช้มือ (สัมผัส) แล้วนับประสาอะไรกับสุภาพบุรุษคนอื่นๆ

รายงาน จากอุมัยมะฮฺ บินติ เราะกีเกาะฮฺ กล่าวว่า ท่านรอซูล กล่าวว่า “ ฉันนั้นไม่สัมผัสมือกับผู้หญิง” – รายงานโดย นะซาอียฺ หะดิษที่4181 อิบนุมาญะฮ หะดิษเลขที่2874 เชคอัลบานียฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) บอกว่าเป็นหะดิษศอฮีฮฺใน “ศอฮีฮุลญามิอฺ หะดิษเลขที่ 2513”

ประการที่สอง : การสัมผัสมือนั้นไม่เป็นที่อนุญาตแม้จะมีของกั้นกลางไม่ว่าจะเป็นผ้าหรือ อะไรก็ตาม หะดีษที่รายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ (การสัมผัสมือโดยมีสื่อกั้นกลาง) เป็นหะดีษที่หลักฐานอ่อน (ฎออีฟ)

รายงานจากมุอฺก็อล อิบนุยะซาร ว่า “ท่านนบีนั้นเคยสัมผัสมือผู้หญิงภายใต้ผ้า” รายงานโดยฏ็อบรอนียฺ ใน “อัลเอาซัฏ” หะดีษที่ 2855

อัลฮัยษะมียฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าาวว่า อัฏฏ็อบรอนียฺรายงานหะดีษบทนี้ใน “อัลกะบีร” และ “อัลเอาซัฏ” ในสายรายงานมีคนชื่อ อิตาบ อิบนุหัรบฺ ซึ่งเป็นคนฎออีฟ (ไม่น่าเชื่อถือ)- หนังสือ “มัจญฺมะอุซซะวาอิด” เล่ม 6 หน้า 39

วะลียุดดีน อัลอิรอกียฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า คำกล่าวของท่านหญิงอาอิชะฮฺ ที่ว่า “ท่านนบีให้สัตยาบันกับผู้หญิงด้วยกับคำพูด” กล่าวคือ ด้วยคำพูดเท่านั้นมิได้ยื่นมือไปจับหรือสัมผัสฝ่ามือซึ่งชี้ชัดว่า การให้สัตยาบันสำหรับผู้ชายนั้นคือการจับและสัมผัสมือพร้อมด้วยคำพูด ซึ่งท่านนบีก็ปฏิบัติเช่นนั้น โดยสิ่งที่ท่านหญิงอาอิชะฮฺได้รายงานมานั้นเป็นที่ประจักษ์กันโดยทั่วไป

นักอรรถาธิบายอัลกุรอานบางท่านกล่าวว่า “ท่านนบีเคยใช้ให้นำน้ำมา ท่านได้จุ่มมือลงไปแล้วพวกนางก็ได้จุ่มมือลงไป!” บางท่านก็กล่าวว่า “ท่านนบีสัมผัสมือของพวกนางโดยมีของกั้นกลาง ที่มือของท่านมีผ้าก็อฏรียฺ!” และกล่าวกันว่า “อุมัร เคยสัมผัสมือกับผู้หญิง” ซึ่งไม่เป็นที่ถูกต้องแต่ประการใดจากการกล่าวอ้างเช่นนี้ โดยเฉพาะต่อบุคคลที่ประเสิรฐที่สุด ส่วนอุมัรนั้นจะปฏิบัติสิ่งหนึ่งที่ผู้เป็นมะอฺซูม (คือท่านนบี) ไม่ได้ปฏิบัติได้อย่างไร? – จาก “ฏ็อรหุตตัษรีบ” เล่ม 7 หน้า 45

เชคบินบาซ (ขออัลลอฮฺเมตตาท่าน) กล่าวว่า “ชัดเจน แล้วว่าดังกล่าวนี้ (หมายถึงการสัมผัสมือกับผู้หญิงโดยมีสิ่งของกั้นกลาง) เป็นที่ต้องห้ามอย่างเด็ดขาด อาศัยหลักฐานจากหะดีษที่กล่าวไว้แบบกว้างๆนั่นคือ ท่านนบีกล่าวว่า “ฉันนั้นไม่สัมผัสมือกับผู้หญิง” และยังเป็นการปิดกั้น (ฟิตนะฮฺ) ที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย – จาก “ ฮาชียะฮฺ มัจมูอะฮฺ เราะซาอัล ฟิลหิญาบ วัสสะฟัร” หน้า 69

ประการที่สาม : การสัมผัสมือกับคนสูงอายุก็เช่นกัน เป็นที่ต้องห้ามตามหลักฐานทั่วไปที่กล่าวถึงเรื่องนี้ ส่วนสิ่งที่มีรายงานมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าเป็นที่อนุญาตินั้น ฎออีฟ (หลักฐานอ่อน)

อัซซัยละอียฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า “สายรายงานที่บอกว่าอบูบักรเคยสัมผัสมือกับหญิงชรานั้นเป็นสายรายงานที่แปลกแยก (เฆาะรีบ) เช่นกัน – จาก “นัซบุรรอยะฮฺ” เล่ม 4 หน้า 240

อิบนุหะญัร (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า “ฉันไม่เคยพบหะดีษนี้” – จาก “อัดดอรอยะฮฺ ฟีตัครีจญฺ อะฮาดีษิล ฮิดายะฮฺ” เล่ม 2 หน้า 225

ประการที่สี่ : ทัศนะของนักวิชาการทั้งสี่ท่านนั้น มีดังนี้

มัซฮับหะนะฟียฺ

อิน นุญัยมฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า “ไม่ อนุญาตให้ (ผู้ชาย) สัมผัสใบหน้าของผู้หญิง และมือของเธอ แม้ว่าจะไม่มีอารมณ์ทางเพศก็ตาม เหตุเพราะมันเป็นข้อห้ามและไม่มีความจำเป็นใดๆ” – จาก “อัลบะหฺรุรรออิก” เล่ม 8 หน้า 219

มัซฮับมาลิกียฺ

มุฮัมมัด อิบนุอะหฺมัด(อุลัยชฺ) (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า “ไม่ อนุญาติให้ชายแปลกหน้าสัมผัสใบหน้าและฝ่ามือทั้งสองของหญิงแปลกหน้า (ที่แต่งงานได้) และไม่อนุญาแก่ทั้งสองที่จะสัมผัสมือกันและกันโดยไม่มีสิ่งขวางกั้น ท่านหญิงอาอิชะฮฺ กล่าวว่า “ท่านนบีไม่เคยรับสัตยาบันกับหญิงคนใดด้วยการสัมผัสมือเลย ทว่าการรับสัตยาบันของท่านนบีกับบรรดาผู้หญิงนั้นด้วยกับคำพูด” อีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า “มือของท่านนบีไม่เคยสัมผัสกับมือของหญิงคนใด ทว่าท่านนบีเคยแต่รับสัตยาบันจากพวกนางด้วยคำพูด” – จาก “ มันหุลญะลีล ชัรหฺ มุคตะซอร เคาะลีล” เล่ม 1 หน้า 223

มัซฮับชาฟิอียฺ

อิหม่ามนะวะวียฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า “การสัมผัสผู้หญิงนั้นไม่เป็นที่อนุญาตแต่ประการใดสำหรับประเด็นดังกล่าว” – จาก “อัลมัจญฺมูอฺ” เล่ม 4 หน้า 515

วะลียุดดีน อัรอิรอกียฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า “ในนั้นระบุว่า ท่านนบีไม่เคยสัมผัสมือของผู้หญิงแต่อย่างใดนอกจากบรรดาภรรยาของท่าน และที่มือขวาของท่านครอบครอง (หมายถึงทาสี) ไม่ว่าจะเป็นช่วงการให้สัตยาบัน และในกรณีอื่นๆ เมื่อท่านนบีมิได้ปฏิบัติเรื่องดังกล่าว ทั้งที่ท่านคือผู้ปราศจากความผิด และไม่มีที่สงสัยในสิทธิขิงท่าน ดังนั้นผู้อื่นย่อมสมควรกว่าในเรื่องนี้ ซึ่งปรากฏว่าท่านนบีได้เคยห้ามเรื่องดังกล่าว (การสัมผัสมือผู้หญิง) เนื่องจากมันเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งท่านนบีเองยังไม่ได้รับการอนุญาตเป็นการเฉพาะ”

นักนิติศาสตร์ในมัซฮับของเรา (มัซฮับชาฟิอียฺ) และนักวิชาการท่านอื่นๆ กล่าวว่า “การสัมผัสกับหญิงแปลกหน้านั้นเป็นที่ต้องห้ามแม้จะไม่ใช่เอาเราะฮฺ (อวัยวะที่ต้องปกปิด) ของนาง เช่น ใบหน้าของนางเป็นต้น แม้ว่าพวกเขาจะมีทัศนะที่ขัดแย้งกันในเรื่องการอนุญาตให้มอง(ผู้หญิง) ได้โดยปราศจากอารมณ์ และไม่กลัวฟิตนะฮฺ ดังนั้นการห้ามสัมผัสย่อมมีน้ำหนักมากกว่าการห้ามมอง ซึ่งการที่ห้ามนั้นตราบเท่าที่ยังไม่มีความจำเป็น (ตามหลักการศาสนา) แต่หากมีความจำเป็น เช่น การรักษาไข้ การเจาะเลือด การกรอกเลือด การถอนฟัน การใส่ยาหยอดตา เป็นต้น โดยที่ผู้หญิงไม่สามารปฏิบัติเรื่องดังกล่าวได้ ก็อนุญาติให้ผู้ชายแปลกหน้าปฏิบัติแทนเนื่องเพราะความจำเป็น” – จาก “ฏ็อรหุตตุษรีบ” เล่ม 7 หน้า 45-46

มัซฮับฮัมบาลียฺ

อิบ นุมุฟละหฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า : อบูอับดิลลาฮฺ (หมายถึงอิหม่ามอะหฺมัด) ถูกถามถึงผู้ชายที่สัมผัสมือกับผู้หญิง ท่านตอบว่า “ไม่สามารถทำได้” ซึ่งท่านได้เน้นกำชับในเรื่องนี้อย่างมาก ฉัน (อิบนุมุฟละหฺ) กล่าวว่า “แล้วถ้าเขาใช้ผ้าสัมผัสนางล่ะ?” อิหม่ามอะหฺมัดตอบว่า “ผ้าสัมผัสก็ไม่ได้”

การห้าม (ผู้ชายสัมผัสมือผู้หญิง – ผู้แปล) คือหุกุ่มที่เชคตะกียฺยุดดีน (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) ได้เลือก โดยท่านได้ให้เหตุผลว่า “การสัมผัสนั้นยิ่งกว่าการมองเสียอีก” – จาก “อัลอาดาบุชชัรอียฺยะฮฺ” เล่ม 2 หน้า 257

อัลลอฮฺนั้นทรงรอบรู้ยิ่ง

ที่มา : http://islamqa.com/ar/ref/21183/مصافحة%المرأة

ทิ้งท้าย นอกจากการแปล

โปรด อย่าเอาความรู้สึกเป็นที่ตั้งเลยครับพี่น้องทั้งหลาย ประเภทที่ชอบอ้างว่า “แค่สล่าม หรือ จับมือกับผู้หญิง แค่นี้ผมไม่รู้สึกอะไรหรอก” เป็นไปได้ครับว่าผู้ที่พูดเช่นนี้อาจจะไม่ได้คิดอะไรจริงๆ แต่จะรับประกันได้อย่างไรเล่าว่าผู้หญิงเขาจะไม่คิด หรือพ่อของเธอ หรือ สามีของเธอจะไม่คิด

เอา อย่างนี้สมมติให้แบบสุดโต่งเลยว่าทุกคนบริสุทธิ์ใจหมดเลย ไม่มีใครว่าการจับมือให้สลามกันระหว่างสองเพศจะนำไปสู่ความชั่วร้ายเลยแม้ แต่น้อย แต่ต้องไม่ลืมครับ แม้จะไม่มีใครคิด แต่ในวันกิยามะฮฺ อัลลอฮฺต้องคิดบัญชีกับทุกคนแน่นอนว่า ที่พระองค์ได้ส่งร่อซูลมาบอกข้อใช้ข้อห้ามต่างๆ พวกท่านนั้นได้ปฏิบัติตามกันอย่างไรบ้าง?… ลำพังความบริสุทธิ์ใจอย่างเดียวไม่พอหรอกครับ มันต้องสอดคล้องกับความถูกต้องด้วยจึงจะถูกตอบรับ

Credit… หนังสือพิมพ์อะซาน หมวด อะซานฟะตะวา : อบูนัซซอเราะฮฺ (แปล)>>> อบู ซัยฟุลลอฮฺ จัดพิมพ์ทำสำเนาจากหนังสือพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแผ่ หวังว่า จะไม่สงวนลิขสิทธิ์นะครับ ศอดะกอฮฺญาริยะฮฺ ขอชุกูรต่ออัลลอฮฺที่ให้ผม ได้รับความรู้ในเรื่องนี้ และทุกๆเรื่อง อัลฮัมดุลิลละฮฺ

ท้ายนี้ผู้พิมพ์ขอดุอาอฺจากอัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งให้แก้พี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกัน

أَقُوْلُ قَوْلِي هَذَا وَأَسْتَغْفِرُاللهَ لِي وَلَكُمْ

وبالله التوفيق وصلى الله على نبينا محمد وآله وصحبه وسلم السلام عليكم ورحمة الله وبركاته