Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
ข่าว » ข่าวประจำวัน » อิสราเอลระงับแผนรื้อหมู่บ้านชาวเบดูอินในเวสต์แบงก์

อิสราเอลระงับแผนรื้อหมู่บ้านชาวเบดูอินในเวสต์แบงก์

21 ตุลาคม 2018
140   0

อิสราเอลระงับแผนรื้อหมู่บ้านชาวเบดูอินในเวสต์แบงก์

รัฐบาลอิสราเอลเลื่อนแผนทำลายและขับไล่ชาวเบดูอินออกจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตเวสต์แบงก์ และกลับมาเปิดจุดผ่านแดน 2 แห่งในฉนวนกาซา ซึ่งปิดไปตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ว่านายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู มีคำสั่งเมื่อวันเสาร์ ว่ากำหนดรื้อถอนและขับไล่ประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเบดูอิน และอยู่อาศัยในหมู่บ้านข่าน อัล-อาห์มาร์ ในเขตยึดครองเวสต์แบงก์ “ให้เลื่อนออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด” ทั้งนี้ ผู้นำอิสราเอลไม่ได้ให้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน แต่แหล่งข่าวในรัฐบาลเทลอาวีฟระบุว่า เพื่อตรวจสอบข้อร้องเรียนจากทุกฝ่ายซึ่งรวมถึงจากรัฐบาลปาเลสไตน์ “อย่างละเอียด”

ทั้งนี้ ศาลฎีกาของอิสราเอลมีคำพิพากษาเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ให้กลุ่มชาวเบดูอินประมาณ 180 คน ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ในหมู่บ้านข่าน อัล-อาห์มาร์ ซึ่งรายล้อมไปด้วยนิคมชาวยิว ให้ย้ายออกไปอาศัยยังบริเวณอื่นซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่แห่งเดิมราว 12 กิโลเมตร เพื่อให้รัฐบาลอิสราเอลเตรียมปรับเปลี่ยนหมู่บ้านแห่งนี้ให้กลายเป็นนิคมชาวยิวแห่งใหม่ต่อไป เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และสหภาพยุโรป ( อียู ) ว่าจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพ ด้านศาลอาญาระหว่างประเทศ ( ไอซีซี ) เคยเตือนอิสราเอลว่าการทำลายหมู่บ้าน อัล-อาห์มาร์ เข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม

ขณะที่กระทรวงกลาโหมของอิสราเอลออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ กลับมาเปิดจุดผ่านแดน 2 แห่งบริเวณฉนวนกาซา คือด่าน “อีเรซ” และ “เคเรม ชาลอม” หลังปิดตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้การยิงจรวดจากกลุ่มฮามาส ซึ่งอิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายเกือบ 20 แห่งในฉนวนกาซา แต่การส่งเชื้อเพลิงสนับสนุนการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าในฉนวนกาซาซึ่งระงับตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมาเช่นกัน ให้ดำเนินต่อไปก่อน ที่รวมถึงการยังไม่อนุญาตให้เชื้อเพลิงที่กาตาร์บริจาคเข้าสู่พื้นที่ด้วย.

เครดิตภาพ : AFP, REUTERS

ที่มา:เดลินิวส์