Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
ความรู้ » ความรู้อิสลาม » บทเรียนจากสึนามิ – ดร. วิสุทธิ์​ บิลล่าเต๊ะ

บทเรียนจากสึนามิ – ดร. วิสุทธิ์​ บิลล่าเต๊ะ

3 ตุลาคม 2018
1945   0

บทความนี้ไม่มีเจตนาซ้ำเติมผู้ประสบภัยพิบัติ แต่เป็นเพียงการนำเสนอข้อคิดเพื่อให้สังคมมุสลิมห่างไกลจากหายนะทั้งหลายโดยเก็บความเสียหายต่าง ๆ มาเป็นบทเรียน ที่สำคัญคือกระตุ้นให้เราทุกคนต้องดำเนินบทบาทเป็นเมตตาธรรมแก่เพื่อนมนุษย์อย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่ามนุษย์คนนั้นจะเป็นใครก็ตาม โดยขณะนี้ พี่น้องที่สุลาเวสีกำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่ จึงขอให้ได้ช่วยเหลือกันตามอัตภาพต่อไป

ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นควรค่าแก่การใคร่ครวญอย่างยิ่ง

เราเป็นประชาชาติที่อัลลอฮทรงส่งมาเพื่อเป็นเมตตาธรรมแก่เพื่อนมนุษย์ เป็นประชาชาติที่เลอเลิศซึ่งไม่ควรถูกทำลายทั้งโดยสงครามจากน้ำมือมนุษย์และจากภัยธรรมชาติที่อัลลอฮทรงกำหนดให้เกิดขึ้น เพราะตั้งแต่ประวัติศาสตร์ในยุคของนบีต่าง ๆ ประชาชาตินี้ไม่เคยถูกทำลายโดยภัยธรรมชาติและไม่เคยถูกโค่นล้มโดยศัตรูอิสลาม แล้วเหตุไฉนในยุคของเรา มุสลิมจึงถูกโค่นล้มโดยง่ายซ้ำร้ายยังถูกภัยธรรมชาติในรูปแบบต่าง ๆ ถล่มอยู่เป็นประจำ ขณะที่ในบ้านเมืองของผู้ปฏิเสธอัลลอฮกลับมีความก้าวหน้าและสามารถเผชิญกับภัยพิบัติต่าง ๆ ได้ดีกว่าเรา ?
คิด คิด คิด และคิด

ผู้ปฏิเสธโลกหน้าย่อมมีชีวิตอยู่เพื่อโลกนี้เท่านั้น แม้จะรู้ว่าไม่ยั่งยืน แต่พวกเขาก็ทุ่มเทกับมันเต็มที่ แล้วอัลลอฮก็ทรงเปิดให้พวกเขาค้นพบการพัฒนาเชิงวัตถุอย่างกว้างขวาง และเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางโลกเอาไว้ พวกเขาจึงเรียนรู้การจัดการทางสังคมในรูปแบบต่าง ๆ จนนำไปสู่การสร้างสังคมที่ผู้คนดำเนินชีวิตภายใต้ระบบกฎเกณฑ์ทางสังคมอย่างเคร่งครัด ขณะที่การพัฒนาเชิงวัตถุก็ดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง

อีกด้านหนึ่ง นับตั้งแต่อาณาจักรสุดท้ายของมุสลิมถูกโค่นล้มไป เราต่างหลงลืมหน้าที่การเป็นคอลีฟะฮของอัลลอฮบนพื้นพิภพ ละทิ้งภารกิจการอิบาดะฮต่ออัลลอฮและการอิมารอฮแผ่นดินไปเสียแทบทั้งสิ้น แล้วหันมาแข่งขันกันเรื่องอำนาจ ยศถาบรรดาศักดิ์และทรัพย์สินเงินทองกันอย่างบ้าคลั่งแทบไม่ลืมหูลืมตา แม้รูปลักษณ์ภายนอกยังมีการประกอบศาสนกิจอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพียงเปลือกที่ห่อหุ้มความกลวงเปล่าไว้ภายใน เนื้อแท้กลับเป็นชีวิตที่มีเป้าหมายเชิงวัตถุแทบไม่ต่างกับผู้ปฏิเสธอัลลอฮฺ (ซ.บ) สังคมจึงเต็มไปด้วยแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว แตกแยกแบ่งฝ่าย และเลวร้ายกว่านั้นคือไม่เคารพกฎเกณฑ์กติกา ไม่ว่าจะเป็นกติกาทางสังคมหรือกฎแห่งศาสนาของตัวเอง​ การปล่อยให้สังคมผู้ปฏิเสธเติบโตก้าวหน้าไป ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะความสุขของพวกเขาก็มีอยู่เท่านี้ และไม่มีค่าอะไรเลย ณ อัลลอฮพระผู้เป็นเจ้า แต่การที่มุสลิมผู้ซึ่งอ้างว่าศรัทธาในพระองค์ ศรัทธาในปรภพ แล้วกลับวางเป้าหมายหลักแห่งชีวิตไว้ที่วัตถุภพนี้ แทนการทำหน้าที่สร้างคุณงามความดีถวายแด่อัลลอฮ เดินตามบาทก้าวแห่งผู้ปฏิเสธ ทำลายตัวเองและทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่คิดจะเป็นเมตตาธรรมแก่ใคร อาจเป็นชนวนใหญ่แห่งภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในสังคมมุสลิมก็ได้

والعياذ بالله

Cr. ดร. วิสุทธิ์​ บิลล่าเต๊ะ

ผอ.​ศูนย์ประสานงาน​สำนักจุฬาฯ
14​จังหวัดภาคใต้